[EN] Ender 3 V2

This article talks about the Ender 3 V2 3D printer, which is an improvement from Creality’s most popular models, Ender 3, Ender 3 Pro, with improvements in ease of assembly, usability, part quality, etc. This 3D printer is almost ideal for beginners who are just getting started with 3D printing.

Appearance

Figure 1 Ender 3 V2

This model has the same layout as most FDM printers. The base which controls the printing on the Y-axis (Figure 2) is the vertical axis holder. The two axes are attached to the horizontal axis used as the X-axis (Figure 3). The Z-axis is attached to the base with a pole to drive the position of the axis as shown in Figure 4.

Figure 2 Y-axis
Figure 3 X-axis
Figure 4 Z-axis

The printer is a Bowden tube type, which has a cable to send the line to the melt head. The line drive motor is positioned on the X-axis through the print head assembly (Figure 5), a rotating menu control screen (Figure 6), and a filament reel holder on top (Figure 7).

Figure 5 Extruder
Figure 6 Controller screen
Figure 7 Filament reel

Usage experience

Using this printer for a while starts with assembling the parts received from the factory. It’s easy enough for beginners. But putting it to good use can take some experience. The menu is not complicated.

In printing, it can be fine-tuned during printing, which allows us to adjust the Z-axis level immediately so that we do not need to start typing again when there is a Z-axis sensor discrepancy, such as when moving to the Home position and the Z-axis is too high will cause the filament to not stick to the base or too low, causing the print head to not push the line out as it should. We can adjust it to the right position immediately.

As for the results obtained from a machine assembled by a newbie, it is considered a satisfactory result, but it may take a bit of experience in tuning the machine at some points for better results.

Some works

Figure 8 Some result(1)
Figure 9 Some result (2)
Figure 10 Some result (3)
Figure 11 Some result(4)

Conclusion

For this printer, it is suitable for beginners because it can be assembled easily, easy to use, the performance is quite good and it can also be tuned for better results by both assembly and adjustments. in the control software.

(C) 2022, Jarut Busarathid and Danai Jedsadathitikul

Updated 2022-06-01

[TH] การตั้งค่า Slicer เบื้องต้นสำหรับการพิมพ์ 3 มิติ

บทความนี้เรามาดูกันเกี่ยวกับการตั้งค่า Slicer เพื่อปรับแต่งค่าตัวแปรต่างๆ ที่จำเป็นต่อการพิมพ์สามมิติให้เหมาะสม โดยใช้ PrusaSlicer ซึ่งค่าทั้งหมดถูกแบ่งเป็น 3 ส่วน ค่าที่ถูกใช้ในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนเท่านั้น

สิ่งที่ต้องเตรียม

  1. PrusaSlicer ดาวโหลดได้ที่นี่

เริ่มต้นให้เราทำการดาวโหลดโปรแกรม PrusaSlicer และติดตั้งให้เรียบร้อย

เมื่อเปิดโปรแกรมขึ้นมาจะเป็นดังภาพที่ 1

ภาพที่ 1 PrusaSlicer

ในการตั้งค่าเราสามารถตั้งค่าได้จากแท็ป 3 แท็ปคือ Print Settings Filament Settings และ Printer Settings โดยที่

Print Setting เป็นการตั้งค่าการพิมพ์ต่างๆ สามารถปรับแต่ง

Layers and perimeters เป็นการปรับแต่งการตั้งค่าของชั้นพลาสติกในแต่ละชั้นอย่างเช่นความสูงของชั้น ชั้นบนสุดต้องการให้เป็นแบบไหน เป็นต้น

Infill เป็นการปรับแต่งภายในของชิ้นงาน ความหนาแน่น รูปแบบการเติมภายในชิ้นงาน เป็นต้น

Skirt and brim เป็นการตั้งค่าขอบนอกและเส้นรอบนอกที่ใช้สำหรับการวอร์มการพิมพ์ชิ้นงาน เพื่อทดสอบการพิมพ์ก่อนพิมพ์จริง

Support material เป็นการตั้งค่าตัวช่วยพยุงชิ้นงานสำหรับพิมพ์ชิ้นงานบางส่วนที่ไม่มีฐานรองรับเพียงพอ

Speed เป็นความเร็วในการพิมพ์ชิ้นงานโดยในการพิมพ์แต่ละส่วนสามารถปรับความเร็วแตกต่างกันได้

Advanced ปรับค่าเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพิมพ์เช่น ขนาดของเส้น การทับกันของเส้นภายใน เป็นต้น

ภาพที่ 2 Print Settings

Filament Settings เป็นการตั้งการเกี่ยวกับ Filament สามารถปรับแต่ง

Filament ระบุขนาดของเส้นที่ใช้เพื่อให้โปรแกรมคำนวณค่าต่างๆได้ถูกต้อง รวมถึงการตั้งค่าความร้อนในการพิมพ์

Cooling การตั้งค่าพัดลมที่ใช้เป่าชิ้นงานเพื่อควบคุมการแข็งตัวของเส้นใหม่เหมาะสม

Advanced ค่าเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Filament เช่น ความเร็วในการโหลดเส้นตอนเริ่มต้น ตอนทำงาน เป็นต้น

ภาพที่ 3 Filament Settings

Printer Settings เป็นการตั้งค่าต่างๆ ของเครื่องพิมพ์ สามารถปรับแต่ง

General ค่าทั่วไปของเครื่องพิมพ์เช่น ขนาดของฐาน จำนวนหัวพิมพ์ เป็นต้น

Custom G-Code คำสั่งสำหรับ Event บางอย่างของเครื่องเช่น ในตอนเริ่มต้น ต้องการให้เพิ่มการทำงานอะไร

Extruder x ตั้งค่าเกี่ยวกับหัวพิมพ์ x เช่น ขนาดหัวพิมพ์ การดึงเส้นกลับ เป็นต้น

ภาพทื่ 4 Printer Settings

สรุป

ในการตั้งค่าโปรแกรม Slicer นั้นมีหัวข้อบอกชัดเจนและค่าส่วนใหญ่มีความหมายตรงตัวสามารถเข้าใจและปรับแต่งได้ แต่ในการใช้เส้นแต่ละแบบก็ต้องใช้ค่าที่แตกต่างกันไปซึ่งขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละคน โปรแกรม Slicer แต่ละโปรแกรมก็มีค่าที่ปรับแต่งได้แตกต่างกัน

(C) 2022, อ.จารุต บุศราทิจ / อ.ดนัย เจษฎาฐิติกุล

ปรับปรุงเมื่อ 2022-05-07

[TH] เครื่องพิมพ์ 3 มิติ Ender 3 V2

บทความนี้พูดคุยเกี่ยวกับเครื่องพิมพ์ 3 มิติ Ender 3 V2 ซึ่งเป็นรุ่นปรับปรุงจากรุ่นยอดนิยมของ Creality คือ Ender 3, Ender 3 Pro โดยได้มีการปรับปรุงเรื่องของความง่ายในการประกอบ การใช้งาน คุณภาพของชิ้นงาน เป็นต้น ทำให้เครื่องพิมพ์ 3 มิติรุ่นนี้เหมาะสมสำหรับมือใหม่ที่พึ่งเริ่มใช้งานเครื่องพิมพ์ 3 มิติเป็นอย่างมาก

รูปร่างหน้าตา

ภาพที่ 1 Ender 3 V2

ในรุ่นนี้มีโครงร่างเหมือนกับเครื่องพิมพ์ FDM ส่วนใหญ่ ตัวโครงเป็นโลหะเคลือบสีดำมีลักษณะเป็นร่อง โดยมีตัวฐานซึ่งคุมการพิมพ์ในแกน Y (ภาพที่ 2) เป็นตัวยึดแกนแนวตั้งทั้ง 2 แกนยึดกับแกนแนวนอนที่ใช้เป็นแกน X (ภาพที่ 3) ส่วนแกน Z นั้นจะถูกยึดกับฐานโดยมีเสาเป็นตัวขับเคลื่อนตำแหน่งของแกน ดังภาพที่ 4

ภาพที่ 2 แกน Y
ภาพที่ 3 แกน X
ภาพที่ 4 แกน Z

เครื่องพิมพ์รุ่นนี้เป็นแบบ Bowden tube ซึ่งมีสายในการส่งเส้นไปยังหัวละลายเส้น โดยมีมอเตอร์ตัวขับเส้นอยู่ในเสาร์แกน X ผ่านชุดหัวพิมพ์ (ภาพที่ 5) มีหน้าจอควบคุมการเลือกเมนูด้วยการหมุน (ภาพที่ 6) มีที่เก็บม้วน filament อยู่ด้านบน (ภาพที่ 7)

ภาพที่ 5 ชุดหัวพิมพ์
ภาพที่ 6 หน้าจอควบคุม
ภาพที่ 7 ที่เก็บม้วน filament

ประสบการณ์จากการใช้งาน

จากการใช้งานเครื่องพิมพ์รุ่นนี้มาสักระยะหนึ่ง เริ่มจากการประกอบชิ้นส่วนที่ได้รับจากโรงงานให้ใช้งานได้ ถือว่าง่ายพอสมควรสำหรับมือใหม่ แต่การประกอบให้ใช้งานได้ดีนั้นอาจต้องอาศัยประสบการณ์ระดับหนึ่ง ในการเลือกใช้งานเมนูก็ไม่ได้ยากหรือซับซ้อนอะไรมากมาย

ในการพิมพ์สามารถปรับจูนระหว่างพิมพ์ได้ซึ่งทำให้เราปรับระดับแกน Z ได้ทันทีทำให้เราไม่จำเป็นต้องเริ่มพิมพ์ใหม่เมื่อมีการคลาดเคลื่อนของเซ็นเซอร์วัดระดับแกน Z เช่น เมื่อเลื่อนไปทำแหน่ง Home แล้วแกน Z สูงเกินไปทำให้ filament ไม่ติดฐาน หรือต่ำไปทำให้หัวพิมพ์ดันเส้นออกมาได้ไม่เท่าที่ควร เราก็ปรับให้เป็นตำแหน่งที่เหมาะสมได้ทันที

ส่วนผลงานที่ได้จากเครื่องที่ประกอบโดยมือใหม่ถือว่าเป็นผลที่น่าพอใจเลยครับแต่อาจจะต้องอาศัยประสบการณ์สักนิดในการปรับจูนเครื่องบางจุดเพื่อให้ได้ผลงานที่ดีขึ้น

ผลงานบางส่วน

ภาพที่ 8 ผลงานที่จากเครื่องพิมพ์(1)
ภาพที่ 9 ผลงานที่จากเครื่องพิมพ์(2)
ภาพที่ 10 ผลงานที่จากเครื่องพิมพ์(3)
ภาพที่ 11 ผลงานที่จากเครื่องพิมพ์(4)

สรุป

สำหรับเครื่องพิมพ์รุ่นนี้ถือว่าเหมาะสำหรับมือใหม่ เนื่องจากสามารถประกอบได้ง่าย ใช้งานได้ง่าย ผลงานค่อนข้างดี และยังสามารถปรับจูนให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นอีกได้ทั้งจากการประกอบและการปรับค่าต่างๆ ในซอฟต์แวร์ควบคุมได้

(C) 2022, อ.จารุต บุศราทิจ / อ.ดนัย เจษฎาฐิติกุล

ปรับปรุงเมื่อ 2022-06-01

[EN] Filaments

This article is about filaments, which are plastics that are melted and molded into desired objects. Talking about the properties of the popular Filament, there are 3 types: PLA, PETG, ABS.

Figure 1 PLA+ Filament

In 3D printing, it is indispensable that the molding medium is the Filament, each of which has different properties.

PLA

PLA is a very popular 3D printing plastic. The material is made from natural materials. The features are

  1. It is a hard material, less flexible.
  2. Low heat resistance.
  3. Fast hardening.

From the properties mentioned above, it can be seen that PLA is a suitable material for parts that are not subject to extreme heat, can be easily molded, durable enough but it shouldn’t be used to create objects that require a lot of flexibility because of the nature of refusing to bend. Today, the properties of PLA have been developed by many manufacturers by adding additives that are individually formulated to make PLA more durable. More flexible and heat resistant with different names such as PLA+ PLA Pro etc.

PETG

It is a plastic that has gained popularity among people who are growing their knowledge of 3D printing. This is because printing requires a fair amount of fine-tuning to obtain the desired object. The features are

  1. It is a hard material. but very flexible.
  2. More heat resistant than PLA.
  3. It hardens more slowly compared to PLA.

In 3D printing with PETG, additional considerations are taken in exchange for more features such as the heat of the base and the print head must be appropriate, turning the blower fan on and off, as PETG hardens more slowly, printing requires an efficient spot-on fan but if the fan is turned on at the wrong time, it may cause each layer in the workpiece to not stick together or become strong.

ABS

It is the strongest plastic of the above. But it also requires a lot of knowledge. Because it is necessary to control the variables in printing appropriately at all times. Otherwise, the workpiece may be damaged immediately. The features are

  1. It is very durable and flexible.
  2. Higher heat resistance than PETG

Printing with ABS requires more typing fine-tuning and total control over time, whether print head temperature base temperature including external factors such as The wind that blows in may need a cover to block the wind as much as possible. Because when the temperature is not right, the inner layer of the printing workpiece is ready to come off immediately.

Caution

In printing all parts, no matter what filament is used, it is important to maintain the quality of the plastic at all times. Otherwise, printing problems may occur such as the layers of the workpiece don’t stick together even though the printer is fine-tuned, the workpiece being uneven, the filament line being broken, etc. The thing that should be careful is not to let the filament have moisture. And when unpacked, it should be used as soon as possible. And should buy Filament from a trustworthy source. Because some of them may sell old stock, which affects the print quality as well.

Tips for choosing Filament

If you are a beginner, start with PLA first as it is very easy to print (But we pushed to use PETG in the first print. It’s a headache.). It’s not necessary to control many factors and takes less time.

However, if a more durable part is needed in the middle class, switch to PETG, as the material can produce parts that are as hard as PLA, but can be flexible and bend much more.

Finally, when wanting to use workpieces that are impact-resistant or very durable, then switch to ABS because it is the most durable.

Conclusion

Each filament has different properties and has different tight control factors. If a beginner should start with PLA first because it is easy to print. And if more flexible parts are needed, switch to PETG, which has more flexible properties. But if you want to use more impact-resistant parts, switch to ABS. But the more durable the material, the more difficult it is to adjust.

(C) 2022, By Jarut Busarathid and Danai Jedsadathitikul

Updated 2022-04-03

[TH] Filaments

บทความนี้เป็นเรื่องการพิมพ์สามมิติเกี่ยวกับ Filament ซึ่งเป็นพลาสติกที่ถูกหลอมและนำไปขึ้นรูปเป็นวัตถุต่างๆ ตามต้องการได้ โดยพูดถึงคุณสมบัต ของ Filament ที่ได้รับความนิยม ซึ่งมี 3 ชนิดคือ PLA, PETG, ABS

ภาพที่ 1 เส้นพลาสติก PLA+ สีขาว

ในการพิมพ์สามมิติสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือวัตถุดิบตัวกลางในการขึ้นรูป ซึ่งก็คือ Filament นั่นเอง โดยแต่ละชนิดนั้นมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป

PLA

PLA เป็นพลาสติกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการพิมพ์สามมิติ วัสถุถูกผลิตจากวัสดุจากธรรมชาติ โดยมีคุณสมบัติคือ

  1. เป็นวัสดุที่แข็ง ยืดหยุ่นได้น้อย
  2. ทนความร้อนได้ต่ำ
  3. แข็งตัวได้ไว

จากคุณสมบัติที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า PLA นั้นเป็นวัสดุที่เหมาะสมกับชิ้นงานที่ไม่โดนความร้อนมาก สามารถขึ้นรูปได้ง่าย มีความคงทนพอสมควร แต่ไม่ควรใช้สร้างวัตถุที่ต้องมีการยืดหยุ่นเยอะ เพราะมีลักษณะยอมหักไม่ยอมงอ ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาเพิ่มคุณสมบัติให้กับ PLA โดยผู้ผลิตหลายเจ้าโดยการใส่สารเพิ่มเติมลงไปซึ่งเป็นสูตรของแต่ละเจ้าเพื่อให้ PLA นั้นมีความคงทนมากขึ้น ยืดหยุ่นและทนความร้อนมากขึ้น โดยมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปเช่น PLA+ PLA Pro เป็นต้น

PETG

เป็นพลาสติกที่ได้รับความนิยมในหมู่คนที่เริ่มมีความรู้เพิ่มขึ้นในการพิมพ์สามมิติ เนื่องจากการพิมพ์ต้องมีการปรับจูนพอสมควรเพื่อให้ได้วัตถุที่ต้องการ มีคุณสมบัติคือ

  1. เป็นวัสดุที่แข็ง แต่ยืดหยุ่นได้มาก
  2. ทนความร้อนได้มากขึ้นกว่า PLA
  3. แข็งตัวได้ช้าลงเมื่อเทียบกับ PLA

ในการพิมพ์สามมิติด้วย PETG มีข้อคำนึงเพิ่มขึ้นเพื่อแลกกับคุณสมบัติที่มากขึ้นเช่น ความร้อนของฐานต้องเหมาะสม ความร้อนของหัวพิมพ์ต้องเหมาะสม การเปิดปิดพัดลมเป่าชิ้นงาน เนื่องจาก PETG นั้นแข็งตัวช้ากว่าทำให้การพิมพ์จำเป็นต้องใช้พัดลมที่มีประสิทธิภาพและตรงจุด แต่หากพัดลมเปิดผิดจังหวะอาจทำให้แต่ละชั้นในชิ้นงานไม่ติดกันหรือไม่แข็งแรงได้

ABS

เป็นพลาสติกที่มีความแข็งแรงมากที่สุดจากที่กล่าวมา แต่ก็จำเป็นต้องใช้ความรู้มากเช่นกัน เนื่องจากจำเป็นต้องควบคุมตัวแปรในการพิมพ์ให้เหมาะสมตลอดเวลา ไม่เช่นนั้นชิ้นงานอาจเสียได้ทันที มีคุณสมบัติคือ

  1. มีความแข็งแรงทนทานมาก ยืดหยุ่นได้
  2. ทนความร้อนได้สูงกว่า PETG

การพิมพ์ด้วย ABS นั้นต้องปรับจูนการพิมพ์เพิ่มขึ้นและควบคุมทั้งหมดให้คงที่ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็น อุณหภูมิหัวพิมพ์ อุณหภูมิของฐาน รวมถึงปัจจัยภายนอกเช่น ลมที่พัดเข้ามาจึงอาจต้องมีกล่องครอบเพื่อบังลมให้มากที่สุด เพราะหากอุณหภูมิไม่เหมาะสมเมื่อไรชั้นในชิ้นงานที่กำลังพิมพ์ก็พร้อมที่จะหลุดจากกันได้ทันที

ข้อควรระวัง

ในการพิมพ์ชิ้นงานทั้งหมดไม่ว่าจะใช้ Filament อะไรก็แล้วแต่จำเป็นต้องรักษาคุณภาพของพลาสติกให้ดีอยู่เสมอ ไม่เช่นนั้นอาจพบปัญหาในการพิมพ์ได้ไม่ว่าจะเป็น ชั้นของชิ้นงานไม่ติดกันทั้งที่ปรับจูนเครื่องพิมพ์ดีแล้ว ชิ้นงานไม่เรียบ เส้น Filament หักคาเครื่อง เป็นต้น โดยสิ่งที่ควรระวังคืออย่าให้เส้นมีความชื้น และในการพิมพ์เมื่อแกะห่อแล้วควรใช้ให้หมดโดยเร็วที่สุด และควรเลือกซื้อ Filament จากเจ้าที่น่าไว้ใจ เพราะบางเจ้าอาจขายของค้างสต็อกซึ่งก็ส่งผลถึงคุณภาพการพิมพ์เช่นกัน

ข้อแนะนำในการเลือกใช้ Filament

หากเป็นมือใหม่ควรเริ่มต้นจาก PLA ก่อนเนื่องจากพิมพ์ได้ง่ายมาก (แต่เราดันห้าวไปใช้ PETG ในการพิมพ์ครั้งแรก ถึงกับปวดหัวเลยครับ) การควบคุมปัจจัยต่างๆ ไม่จำเป็นมาก ใช้เวลาน้อยกว่า

แต่เมื่อต้องการชิ้นงานที่มีความทนมากขึ้นระดับกลางก็ให้เปลี่ยนมาใช้ PETG เนื่องจากตัววัสดุสามารถสร้างชิ้นงานที่มีความแข็งได้พอๆกับ PLA แต่สามารถยืดหยุ่น หักงอได้มากกว่ามาก

สุดท้ายเมื่อต้องการใช้ชิ้นงานที่รับแรงกระแทกหรือคงทนมากๆ ก็ให้เปลี่ยนมาใช้ ABS เพราะมีความคงทนมากที่สุด

สรุป

Filament แต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันและมีปัจจัยควบคุมที่มีความเข้มงวดต่างกัน โดยที่หากเป็นมือใหม่ควรเริ่มจาก PLA ก่อนเพราะพิมพ์ง่าย และหากต้องการชิ้นงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้นให้เปลี่ยนมาใช้ PETG ซึ่งมีคุณสมบัติที่ยืดหยุ่นมากขึ้น แต่หากต้องการใช้ชิ้นงานที่ทนแรงกระแทกมากขึ้นอีกก็เปลี่ยนมาใช้ ABS แต่ยิ่งวัสดุมีความคงทนมากเท่าไรการปรับจูนก็จะยิ่งยากขึ้นไปเท่านั้น

(C) 2022, อ.จารุต บุศราทิจ / อ.ดนัย เจษฎาฐิติกุล

ปรับปรุงเมื่อ 2022-03-17, 2022-03-19

[TH] Into 3d printing

จากบทความก่อนๆ ทุกท่านคงจะทราบดีว่าทางทีมงานได้ทดลองเกี่ยวกับ Microcontroller รวมถึงการสร้างเกม แต่นอกจากนั้นทางทีมงานยังได้ทดลองเกี่ยวกับการพิมพ์ 3 มิติด้วย โดยในบทความนี้จะพูดคุยเกี่ยวกับการพิมพ์ 3 มิติ โดยมีรายละเอียดพอสังเขป

ภาพที่ 1 ที่วางแก้วแบบปรับสมดุลจากการพิมพ์ 3 มิติ
Read More